นอกจากทราบถึงองค์ประกอบของการสื่อสารแล้ว
ก็ควรทราบถึงสิ่งที่สัมพันธ์กับการทำงานของ ระบบการสื่อสารด้วย ซึ่งจะทำให้
ระบบการสื่อสารนั้นดีหรือเลวอย่างไร ได้แก่
1 การสื่อสารจะมีประสิทธิผลดี
ก็ต่อเมื่อข่าวสารสามารถเข้าใจได้ดี เช่น ในการพูดคุยกันนั้นจะประสบผลสำเร็จก็ต่อเมื่อ
ใช้ภาษาที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจ หรือในกรณีของการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
2 เครื่อง หากฝ่ายส่งส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว1,200 bps แต่ฝ่ายรับถูกตั้งให้รับข้อมูลด้วยอัตราเร็ว
9,600 bps การรับข้อมูลนั้นก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ
2 คุณลักษณะเฉพาะตัวขององค์ประกอบแต่ละอย่างไม่ว่าผู้ส่ง
ผู้รับ หรือตัวกลางจะเป็นตัวกำหนดและจำกัดคุณลักษณะทั้งหมด ของระบบสื่อสารได้ เช่น
การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ จะไม่สามารถมองเห็นหน้าตาท่าทางของผู้พูดได้
หรือในการส่งข้อมูลนั้น หากฝ่ายส่งสามารถส่งข้อมูลได้ถึง 9,600 bps และฝ่ายรับสามารถรับข้อมูลได้ถึง
19,200 bps แต่ตัวกลางยอมให้ข้อมูลผ่านได้แค่
2,400 bps ดังนั้นทั้งระบบจะถูกจำกัดให้ส่งข้อมูล
ได้แค่ 2,400
bpsหรือในกรณีที่เป็นการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย อัตราการส่ง
ข้อมูลของระบบจะถูกจำกัดด้วย การส่งของเครือข่ายที่ยอมให้ข้อมูลผ่านด้วยอัตราที่ต่ำที่สุด
3
การรบกวนเกิดขึ้นได้เสมอในระบบการสื่อสารใด
ๆซึ่งหากการรบกวนมีมากก็จะส่งผลให้เกิดความผิดพลาดของการส่ง ข้อมูลได้มาก
และทำให้ข้อมูลที่ส่งผ่านระบบการสื่อสารนั้นถูกส่งด้วยอัตราที่ต่ำลง
ลักษณะของการสื่อสารข้อมูล
การติดต่อสื่อสารเพื่อส่งข้อมูลระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านตัวกลางนั้น
สามารถทำได้ 3 ลักษณะคือ การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์ (Simplex) ฮาล์ฟดูเพล็กซ์ (Halfduplex) และฟูลดูเหล็กซ์
(Full Duplex)
1 การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์
หรือการสื่อสารแบบทางเดียว (One-way communication)
ตัวกลางในการส่งข้อมูลนั้น
อาจพูดได้ว่าประกอบด้วยช่องสัญญาณ (Channel) ซึ่งอนุญาตให้ข้อมูลผ่านได้ช่องเดียวหรือ
หลายช่อง ช่องสัญญาณนี้คล้ายกับท่อน้ำ โดยจะไหลผ่านจากแหล่งกำเนิดน้ำไปยัง
แหล่งรับน้ำการกระจายเสียงของสถานีวิทยุต่าง ๆ การแพร่ภาพโทรทัศน์
การจราจรระบบทางเดียวเป็นต้น
2 การสื่อสารแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์
หรือการสื่อสารแบบทางใดทางหนึ่ง (Either-way communication) ตัวกลางในการส่งข้อมูลแบบนี้สามารถส่งข้อมูลผ่านช่องสัญญาณส่งไปได้ทั้งสองทางแต่ต้องสลับกัน
จะส่งในเวลาเดียวกันไม่ได้ ตัวอย่างเช่น วิทยุสื่อสารในรถตำรวจ ซึ่งเมื่อเวลาผู้พูดพูดจบมักจะต่อท้ายด้วยคำว่า
เปลี่ยน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้รับสามารถทราบได้อย่าง
รวดเร็วว่าข้อมูลที่ส่งมานั้นหมดแล้วสามารถส่งข้อมูลตอบกลับไปได้
นั่นคือเมื่อผู้รับได้รับข้อมูลแล้ว ผู้รับจะใช้ระยะเวลาหนึ่ง ในการ
ตีความและทราบว่าข้อมูลจาก ผู้ส่งหมดแล้ว และพร้อมที่จะตอบกลับไป
3 การสื่อสารแบบฟูลดูเพล็กซ์
หรือการสื่อสารแบบสองทาง (Both-way communication)
ตัวกลางในการส่งข้อมูลมีช่องสัญญาณ 2
ช่อง และอุปกรณ์หลายทางทำให้สามารถส่งและรับข้อมูลได้พร้อม ๆ กัน ตัวอย่างเช่น การ
จราจร 2 ทาง ข้อสังเกตอย่างหนึ่งสำหรับระบบฟูลดูเพล็กซ์ก็คือถึงแม้ว่าตัวกลางตลอดจนอุปกรณ์หลายทาง
ทั้งสองข้างมีความสามารถ รับส่งข้อมูลได้พร้อมกัน แต่ในการใช้งานจริงนั้น
ผู้ใช้หลายทางอาจส่งข้อมูลมาแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์ ซึ่งอาจเนื่องมาจาก โอเปอเรเตอร์ไม่
สามารถแปลความหมายของข่าวสารที่เข้ามาและข่าวสารที่ส่งออกไปในเวลาเดียวกันได้แต่จะทำงานแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ
การนำเอาคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาทำการเชื่อมโยงกันและคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายจะสามารถสื่อสารกันได้
โดยการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น
ข้อมูล หน่วยความจำ เครื่องพิมพ์
2.
เพื่อติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้ระหว่างผู้ใช้ในเครือข่าย
3. เพื่อช่วยการทำงานให้เร็วขึ้น
4. เพื่อเพิ่มความเชื่อถือ
ลดความเสี่ยงของการทำงาน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะประกอบด้วย Node ต่าง ๆ โดย Node เหล่านี้ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
Node ทำหน้าที่ในการส่งข้อมูลเรียกว่า Switching Node จากต้นทางไปปลายทางได้อย่างถูกต้อง
และ Node ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเรียกว่า
Computing Node
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น