วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

ลักษณะของการสื่อสารข้อมูล

นอกจากทราบถึงองค์ประกอบของการสื่อสารแล้ว ก็ควรทราบถึงสิ่งที่สัมพันธ์กับการทำงานของ ระบบการสื่อสารด้วย ซึ่งจะทำให้ ระบบการสื่อสารนั้นดีหรือเลวอย่างไร ได้แก่

1 การสื่อสารจะมีประสิทธิผลดี ก็ต่อเมื่อข่าวสารสามารถเข้าใจได้ดี เช่น ในการพูดคุยกันนั้นจะประสบผลสำเร็จก็ต่อเมื่อ ใช้ภาษาที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจ หรือในกรณีของการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง หากฝ่ายส่งส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว1,200 bps แต่ฝ่ายรับถูกตั้งให้รับข้อมูลด้วยอัตราเร็ว 9,600 bps การรับข้อมูลนั้นก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

2 คุณลักษณะเฉพาะตัวขององค์ประกอบแต่ละอย่างไม่ว่าผู้ส่ง ผู้รับ หรือตัวกลางจะเป็นตัวกำหนดและจำกัดคุณลักษณะทั้งหมด ของระบบสื่อสารได้ เช่น การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ จะไม่สามารถมองเห็นหน้าตาท่าทางของผู้พูดได้ หรือในการส่งข้อมูลนั้น หากฝ่ายส่งสามารถส่งข้อมูลได้ถึง 9,600 bps และฝ่ายรับสามารถรับข้อมูลได้ถึง 19,200 bps แต่ตัวกลางยอมให้ข้อมูลผ่านได้แค่ 2,400 bps ดังนั้นทั้งระบบจะถูกจำกัดให้ส่งข้อมูล ได้แค่ 2,400 bpsหรือในกรณีที่เป็นการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย อัตราการส่ง ข้อมูลของระบบจะถูกจำกัดด้วย การส่งของเครือข่ายที่ยอมให้ข้อมูลผ่านด้วยอัตราที่ต่ำที่สุด

3 การรบกวนเกิดขึ้นได้เสมอในระบบการสื่อสารใด ๆซึ่งหากการรบกวนมีมากก็จะส่งผลให้เกิดความผิดพลาดของการส่ง ข้อมูลได้มาก และทำให้ข้อมูลที่ส่งผ่านระบบการสื่อสารนั้นถูกส่งด้วยอัตราที่ต่ำลง

ลักษณะของการสื่อสารข้อมูล

การติดต่อสื่อสารเพื่อส่งข้อมูลระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านตัวกลางนั้น สามารถทำได้ 3 ลักษณะคือ การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์ (Simplex) ฮาล์ฟดูเพล็กซ์ (Halfduplex) และฟูลดูเหล็กซ์ (Full Duplex)

1 การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์ หรือการสื่อสารแบบทางเดียว (One-way communication)
 ตัวกลางในการส่งข้อมูลนั้น อาจพูดได้ว่าประกอบด้วยช่องสัญญาณ (Channel) ซึ่งอนุญาตให้ข้อมูลผ่านได้ช่องเดียวหรือ หลายช่อง ช่องสัญญาณนี้คล้ายกับท่อน้ำ โดยจะไหลผ่านจากแหล่งกำเนิดน้ำไปยัง แหล่งรับน้ำการกระจายเสียงของสถานีวิทยุต่าง ๆ การแพร่ภาพโทรทัศน์ การจราจรระบบทางเดียวเป็นต้น

2 การสื่อสารแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์ หรือการสื่อสารแบบทางใดทางหนึ่ง (Either-way communication) ตัวกลางในการส่งข้อมูลแบบนี้สามารถส่งข้อมูลผ่านช่องสัญญาณส่งไปได้ทั้งสองทางแต่ต้องสลับกัน จะส่งในเวลาเดียวกันไม่ได้ ตัวอย่างเช่น วิทยุสื่อสารในรถตำรวจ ซึ่งเมื่อเวลาผู้พูดพูดจบมักจะต่อท้ายด้วยคำว่า เปลี่ยน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้รับสามารถทราบได้อย่าง รวดเร็วว่าข้อมูลที่ส่งมานั้นหมดแล้วสามารถส่งข้อมูลตอบกลับไปได้ นั่นคือเมื่อผู้รับได้รับข้อมูลแล้ว ผู้รับจะใช้ระยะเวลาหนึ่ง ในการ ตีความและทราบว่าข้อมูลจาก ผู้ส่งหมดแล้ว และพร้อมที่จะตอบกลับไป

3 การสื่อสารแบบฟูลดูเพล็กซ์ หรือการสื่อสารแบบสองทาง (Both-way communication)
ตัวกลางในการส่งข้อมูลมีช่องสัญญาณ 2 ช่อง และอุปกรณ์หลายทางทำให้สามารถส่งและรับข้อมูลได้พร้อม ๆ กัน ตัวอย่างเช่น การ จราจร 2 ทาง ข้อสังเกตอย่างหนึ่งสำหรับระบบฟูลดูเพล็กซ์ก็คือถึงแม้ว่าตัวกลางตลอดจนอุปกรณ์หลายทาง ทั้งสองข้างมีความสามารถ รับส่งข้อมูลได้พร้อมกัน แต่ในการใช้งานจริงนั้น ผู้ใช้หลายทางอาจส่งข้อมูลมาแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์ ซึ่งอาจเนื่องมาจาก โอเปอเรเตอร์ไม่ สามารถแปลความหมายของข่าวสารที่เข้ามาและข่าวสารที่ส่งออกไปในเวลาเดียวกันได้แต่จะทำงานแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network)

                เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ การนำเอาคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาทำการเชื่อมโยงกันและคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายจะสามารถสื่อสารกันได้ โดยการสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.             สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น ข้อมูล หน่วยความจำ เครื่องพิมพ์

2.             เพื่อติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้ระหว่างผู้ใช้ในเครือข่าย

3.             เพื่อช่วยการทำงานให้เร็วขึ้น

4.             เพื่อเพิ่มความเชื่อถือ ลดความเสี่ยงของการทำงาน

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะประกอบด้วย Node ต่าง ๆ  โดย Node เหล่านี้ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ


Node ทำหน้าที่ในการส่งข้อมูลเรียกว่า Switching Node จากต้นทางไปปลายทางได้อย่างถูกต้อง และ Node ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเรียกว่า Computing Node


องค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล

องค์ประกอบของระบบสื่อสารข้อมูล
ระบบสื่อสารข้อมูลสาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ดังนี้

          1. ข่าวสาร (Message) ในทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร ข่าวสารเป็นข้อมูลที่ผู้ส่งทาการส่งไปยังผู้รับผ่านระบบการสื่อสาร ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

                 - ข้อมูล (Data) เป็นรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกสร้างและจัดเก็บด้วยคอมพิวเตอร์ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลต้องมีรูปแบบที่แน่นอน นับจานวนได้ และสามารถส่งผ่านระบบสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว

                    - ข้อความ (Text) อยู่ในรูปของเอกสารหรือตัวอักขระ ไม่มีรูปแบบที่แน่นอนและ

ไม่ชัดเจน นับจานวนได้ค่อนข้างยาก และสามารถส่งผ่านระบบสื่อสารด้วยความเร็วในระดับปานกลาง

                    - รูปภาพ (Image) อยู่ในรูปของภาพกราฟิกแบบต่าง ๆ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น ข้อมูลชนิดนี้จะต้องใช้หน่วยความจามาก และต้องอาศัยสื่อสาหรับเก็บข้อมูล

                    - เสียง (Voice) อยู่ในรูปของเสียงพูด เสียงดนตรี หรือเสียงอื่น ๆ ข้อมูลชนิดนี้ไม่สามารถวัดขนาดที่แน่นอนได้และสามารถส่งผ่านระบบสื่อสารด้วยความเร็วค่อนข้างต่ำ

          2. แหล่งกำเนิดข่าวสาร (Source) หรือเรียกว่า ผู้ส่งข้อมูล (sender)” เป็นอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ที่ทาหน้าที่จัดส่งข้อมูลที่อยู่ต้นทาง โดยข้อมูลต้องถูกจัดเตรียมนาเข้าสู่อุปกรณ์ส่งข้อมูล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โมเด็ม (modem) จานไมโครเวฟ จานดาวเทียม

          3. สื่อกลางหรือตัวกลาง (Media) เป็นอุปกรณ์ที่ทาหน้าที่นาข่าวสารรูปแบบต่าง ๆ จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ได้แก่ สายไฟ ขดลวด สายเคเบิล สายไฟเบอร์ออฟติก เป็นต้น สื่อกลางอาจจะอยู่ในรูปของคลื่นที่ส่งผ่านทางอากาศ เช่น คลื่นไมโครเวฟ คลื่นดาวเทียม คลื่นวิทยุ เป็นต้น ซึ่งสามารถเชื่อมต่อแหล่งกำเนิดข่าวสารและแหล่งรับข่าวสารเข้าด้วยกันหรือเป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล

          4. แหล่งรับข่าวสาร (Receiver) หรือเรียกว่า ผู้รับข้อมูล ทาหน้าที่รับข้อมูลที่ถูกถ่ายทอดมาจากผู้ส่งข้อมูลผ่านสื่อที่เชื่อมระหว่างกัน การสื่อสารจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อข่าวสารที่ผู้รับข้อมูลได้รับนั้น เป็นข่าวสารเดียวกันกับข่าวสารที่ผู้ส่งข้อมูลได้ถ่ายทอดผ่านสื่อมายังผู้รับข้อมูล

          5. โปรโตคอล (Protocol) คือ วิธีการหรือกฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งสามารถเข้าใจกันหรือคุยกันรู้เรื่อง โดยทั้งสองฝั่งทั้งผู้รับและผู้ส่งได้ตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ในคอมพิวเตอร์โปรโตคอลอยู่ในส่วนของซอฟต์แวร์ที่มีหน้าที่ทาให้การดาเนินงาน ในการสื่อสารข้อมูลเป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น X.25, SDLC, HDLC, และ TCP/IP เป็นต้น


          ระบบสื่อสารทุกชนิดจะต้องมีองค์ประกอบครบทั้งสี่ส่วนนี้ หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งแล้ว การสื่อสารจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เช่น การโทรศัพท์ไปหาเพื่อน แต่ไม่มีผู้รับสารหรือเป็นเสียงตอบรับจากเครื่องตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ ก็จะไม่มีการสื่อสารเกิดขึ้น เป็นต้น ในกรณีนี้ สิ่งที่ขาดหายไปคือ ผู้รับข้อมูล ถ้าเพื่อนตอบรับโทรศัพท์ ก็แสดงว่า การสื่อสารได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว